6月3日
โทรศัพท์มือถือ กับ ความมักง่ายส่วนตัว
เมื่อคืนรื้อ ๆ หนังสือที่อ่านจบแล้วมาเก็บให้เข้าที่เข้าทาง
เจอ open diary ของ วรพจน์ พันธุ์พงศ์
พลิก ๆ ดูหน้าที่พับไว้ตอนอ่าน ขีดเส้นใต้ประโยคที่ประทับใจไว้
พบว่ามีเรื่องหนึ่งที่เขียนไว้รู้สึกว่า น่าสนใจดี (ภาษาวัยรุ่นเรียกว่าโดน)
4 มกราคม 2547
......
"มือถือ" มีส่วนเปลี่ยนพฤติกรรมผู้คนของเราได้อย่างไม่น่าเชื่อ
......
ถามว่าเปลี่ยนไปอย่างไร?
1. รังเกียจการโทรฯเบอร์ธรรมดา เพราะมันไม่ตรง ต้องต่อ ต้องรอคอยที่สำคัญต้องพูดกับคนที่ไม่อยากพูดด้วย
2. ทุกครั้งที่มีการนัดหมาย เขาจะนัดกันคร่าว ๆ ไม่ระบุสถานที่และเวลา ราวกับว่าพร้อมจะเปลี่ยนใจได้ตลอด และการเปลี่ยนใจก็เป็นเรื่องปกติดี
3. ไม่คิดว่าการยกมือถือขึ้นมากดหรือรับสายต่อหน้าเพื่อนอีกคนเป็นเรื่องเสียมารยาท (เคยได้ยินเรื่องเล่านี้ไหม เพื่อนสองคนนั่งรถไปด้วยกัน คนขับอาสาไปส่งเพราะมีรถ อีกคนนั่งข้าง ๆ แต่ตลอดทางเพื่อนเล่นคุยโทรศัพท์จนถึงบ้าน ก่อนจะลงพลขับได้แต่ถอนหายใจและรำพึงรำพันสั้น ๆ ว่า - นี่แก ฉันไม่ใช่แท็กซี่มิเตอร์นะ)
4. ชวนให้เข้าใจว่าความจำเสื่อม เพราะแค่เบอร์เพื่อนใกล้ชิดก็จำไม่ได้ เพราะใช้การ "เม็ม" จนเคย ถ้ามือถือเจ๊งหรือลืมหยิบออกจากบ้าน วันทั้งวันนั้นก็เป็นอันทำอะไรไม่ได้
5. กรณีที่ชีวิตโคจรไปเจอใครสักคนที่ไม่มีมือถือ เขาจะแก้ปัญหาด้วยการเลิกร้างต่อกันไปเลย ไม่ได้โกรธ รังเกียจ หรืองอน แต่เพราะจนปัญญา - ไม่รู้ว่าจะติดต่ออย่างไร
.......
อันจะว่าไป แม้ว่าข้อแรกจะได้อารมณ์เข้าตัวบ้างนิดหน่อย
ข้อ3 ได้ตัวอย่างมาเห็นภาพดี
ส่วนข้อ 4 และ 5 แม้ว่าจะดูเป็นข้อคิดเห็นสุดโต่งฮาร์ดคอร์ไปหน่อยก็ตาม
บางอารมณ์ก็ใช่ บางส่วนผมว่าก็ไม่ซะทีเดียวนะ
แต่ข้อ 2 นี่สิ เห็นด้วยเป็นอย่างแรงที่สุด
เจอกับตัวเอง วันนั้นหงุดหงิดเหลือเกิน
เพราะวันนั้นเล่นเปลี่ยนเวลาและสถานที่กัน 5 รอบเห็นจะได้
เชื่อว่าคงเป็นเรื่องต้องปรับตัว
แต่ก็น่าให้หวนคิดว่า
เออ นั่นสิ แล้วเราเป็นอย่างที่เค้าว่าหรือเปล่า
นอกจากนี้แล้วยังน่าคิดว่า
มันคือการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น
หรือเป็นเพียงความมักง่ายที่เราเคยตัว?
... จบแบบทิ้งไว้ให้คิดตามแนวทางเรื่องสั้นที่ดี ...
|
 | |  |